รายละเอียดบทความ

astaxanthinต้านต้านอนุมูลอิสระที่เหนือกว่าวิตามินซี6000เท่า?

เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่เหนือกว่าสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ  แอสตาแซนทินเป็นสารที่ทำให้เนื้อปลาแซลมอน กุ้ง และ กุ้งมังกรมีสีชมพูและสีแดง การรับแอสตาแซนธินและแคโรทีนอยด์ประเภทอื่นๆในสัตว์นั้นจะได้รับจากการกินอาหาร เนื่องจากพวกมันไม่สามารถผลิตแคโรทีนอยด์ได้ด้วยตัวเอง   ผู้ที่สามารถผลิตแอสตาแซนธินในธรรมชาติได้แก่ Microalgae รา และแบคทีเรียบางชนิดในขณะที่พืชจำนวนน้อยชนิดที่สามารถผลิตสารแอสตาแซนธินได้

แอสตาแซนทินอยู่ในกลุ่มของแคโรทีนอยด์ ซึ่งมีวิถีสังเคราะห์ทางชีวภาพบางส่วนร่วมกับ เบต้า-แคโรทีน ดังนั้นสารทั้งสองชนิดจึงมีโครงสร้างเป็นสายโพลิอีน ซึ่งมีความสามารถในการกำจัดสารอนุมูลอิสระ

มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งในอาหารของมนุษย์มายาวนานหลายพันปี เช่น เนื้อปลาแซลมอนที่มีสีเข้มขนาดหนึ่งหน่วยบริโภคจะมีสารแอสตาแซนทิน  3 - 6 มิลลิกรัม เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีหลายการทดลองทางคลินิก ที่ให้ผู้เข้าร่วมการทดลองรับประทานอาหารที่ผลิตจาก Microalgae ที่อุดมไปด้วยแอสตาแซนธิน 40 มิลลิกรัมต่อวัน 

นับตั้งแต่ปี 1995 มีการจำหน่าย astaxanthinในรูปแบบอาหารที่ผลิตจาก Microalgae ในกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย และมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สารสกัดแอสตาแซนธินตั้งแต่ปี 1999 โดยไม่มีการรายงานถึงผลกระทบทางด้านลบแต่อย่างใด

 สารแอสตาแซนธินสูงกว่ากว่าวิตามินอี (แอลฟา-โทโคฟีรอล) 550 เท่า และสูงกว่า เบต้า-แคโรทีน 40 เท่าสูงกว่าสารสกัดจากเม็ดองุ่น 17 เท่า มีศักยภาพในการต้านปฏิกิริยาเพอร์ออกซิเดทีฟที่ผนังเซลล์ ยับยั้ง การแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ ประสิทธิภาพช่วยป้องกันการอักเสบ

 

ผู้ลงบทความ : healthy concept